HD_web_ข่าวเด่นทั่วไทย-03-removebackground

สกัดจับรถ6ล้อบรรทุกของเก่าตบตาตร. เจาะช่องลับใต้ท้องรถ พบ 30 แรงงานเถื่อน ซ่อนตัววิ่งเข้าเมืองกาญจน์

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 พ.ค. 67 พลตรีวุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.9 / ผบ.กกล.สุรสีห์ และ พล.ต.ต นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี รับแจ้งจากแหล่งข่าวความมั่นคงชายแดนกาญจนบุรี ว่ามีขบวนการลักลอบกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบแรงงานเถื่อนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยใช้กาคนำพาเดินเท้าข้ามชายแดนช่องทางธรรมชาติ ใกล้จุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และใช้รถยนต์ยานพาหนะดัดแปลงรอรับที่จุดนัดพบ และโดยใช้เส้นทาง ถนน 323 สังขละบุรี -ชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์-ทองผาภูมิ เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี หลังรับแจ้ง 02.00 น. จึงสั่งการให้ พ.อ.พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พร้อม พ.อ.สุรเดช เมฆนุวงศ์ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ นำกำลัง ชป.มว.ลว.ที่ 3 ลงพื้นที่ จุดตรวจร่วมสะพานรันตี หมู่ 2 บ้านทิโคร่ง ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยพ.อ.สุรเดชได้สั่งการกำลังพลให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตรวจค้นรถยนต์หรือยานพาหนะอื่นๆที่ต้องสงสัยที่เดินทาง ผ่าน เข้าออก จุดตรวจร่วมสะพานรันตี ทันที ต่อมา เวลา 06.15 น. พ.อ.สุรเดช เมฆนุวงศ์ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พร้อม ชป.มว.ลว.ที่ 3 (จต.ร่วมสะพานรันตี) ร่วมกับ สภ.สังขละบุรี, ตชด.134 และฝ่ายปกครอง อ.สังขละบุรี ทำการตรวจค้นรถต้องสงสัย เป็น รถบรรทุกหกล้อ อีซูซุ เลขทะเบียน 83-4553 กาญจนบุรี กระบะหลังบรรทุกวัสดุของเก่าเต็มท้ายกระบะ โดยรถบรรทุกคันดังกล่าวมี นาย เพลิน ขำอรุณ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/20 หมู่ 8 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นคนขับ มี น.ส.ณัฐพร ขำอรุณ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเดียวกันนั่งคู่มาในรถดังกล่าว

โดย พ.อ.สุรเดชพร้อม ชป.มว.ลว.ที่ 3 ได้ทำการสอบถามนายเพลินเกี่ยวกับสิ่งของที่บรรทุกมา ทราบว่าเป็นร้านรับซื้อของเก่าที่ส่งสินค้าไปขายในตัวเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ ช่องทางลับใต้ท้องรถ มีการเจาะพื้นกระบะเป็นช่องลับ พบมีคนหลบซ่อนอยู่ภายในกระบะจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องมุดใต้ท้องรถเคาะประตูลับที่ช่องลับ และตะโกนบอกคนที่อยู่ภายในช่องลับว่า ถึงที่หมายแล้ว เปิดประตูออกมาได้แล้ว ต่อมา ช่องลับใต้ท้องกระบะได้ถูกเปิด และมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมุดคลานออกมา จำนวน 30 คน เป็นผู้ชาย 18 คน เป็นผู้หญิง 9 คน มีผู้ติดตามเป็นเด็กชาย 3 คน เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบถามและเรียกตรวจเอกสารการเข้าเมือง แต่ทุกคนไม่มีเอกสารมาแสดง จึงทำการจับกุมในฐานะเป็นผู้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และควบคุมตัวพร้อมนายเพลินและ น.ส.ณัฐพรที่ถูกจับกุมในฐานะผู้นำพา เพื่อนำตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่สภ.สังขละบุรีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ผลการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ผู้หลบหนีเข้าเมืองเดินทางมาจาก ภาคพะโค, รัฐมอญ, รัฐกระเหรี่ยง, จ.เมียวดี, ภาคมัณฑะเลย์, จว.เมาะลำไย และจว.ย่างกุ้ง ซึ่งจะเดินทางไปทำงานที่ จ.อยุธยา , จ.กาญจนบุรี ., จ.ชลบุรี , จ.นครศรีธรรมราช และ กทม. ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าจำนวน 15,000 – 20,000 บาท โดยเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วบางส่วน

ส่วนสาเหตุการลักลอบหลบหนีเข้ามาทำงานในประเทศไทย เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงการถูกบังคับเกณฑ์เป็นทหารหลังจากรัฐบาลเมียนมา ประกาศบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฝืดเคือง จึงทำให้ตัดสินใจลักลอบหลบหนีข้ามแดนเข้ามาทำงานในประเทศไทย หลังการจับกุม ทหาร มว.ลว.ที่3 ได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้ต้องหาเบื้องต้น ไม่พบอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ทั้งนี้หน่วยได้ดำเนินการ ซักถาม/จัดทำประวัติ และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินการสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มีรายงานข่าวว่า การตรวจพบแรงงานในท้ายกระบะ รถบรรทุก 6 ล้อ ในครั้งนี้ มาจากการสั่งการที่ พลตรีวุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.9 แจ้งข่าว โดยวิธีการดัดแปลงรถเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ โดยการดัดแปลงรถบรรทุก 6 ล้อ เจาะช่องลับใต้พื้นกระบะท้ายรถ และใช้วิธีการนำสินค้าของเก่ามากองทับปิดช่องลับที่มีแรงงานเถื่อนซุกซ่อนภายในมากถึง 30 คน เป็นรูปแบบการดัดแปลงรถอำพรางที่เหมือนกับการจับกุมยาบ้า50 ล้านเม็ดที่สามแยกทองผาภูมิที่ผ่านมา จึงมีการกำชับให้สอดส่องตรวจตราขบวนการลักลอบขนของผิดกฎหมายทำการดัดแปลงรถขนส่งมาใช้ในการกระทำผิดมากขึ้นเรื่อยๆ
จิรวัฒน์ ศรีวิเชียร ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี