HD_web_ข่าวเด่นทั่วไทย-03-removebackground

รองนายกฯ และ ส.ส. เขต 10 ลงพื้นที่ ตรวจสอบ นายทุน บุกรุกพื้นที่ลำรางสาธารณะ เขาชีจรรย์

ประชาชนสุดทนร้องสื่อ จี้เทศบาลเขาชีจรรย์ และภาครัฐตรวจสอบที่ดินสาธารณะถูกนายทุนจ้างเอกชนมารังวัด โดยไม่แจ้งเทศบาลตรวจวัดร่วม เสนอหน่วยงานขอเอกสารสิทธิ์ และหวั่นพื้นที่ติดต่อกันถูกบุกรุกพื้นที่ลำรางสาธารณะ กว่า 20 ไร่ เทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 10 ลั่นขอให้ประชาชนไว้วางใจ จะ ติดตามทวงคืนที่สาธารณะคืนทั้งหมด
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยเมื่อ (18 กันยายน 2566)ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจภาคตะวันออก ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนในพื้นที่ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าได้มีนายทุนนอกพื้นที่เข้ามาซื้อที่ดินจากชาวบ้านที่ครอบครองเดิม ในเขตเทศบาลเขาชีจรรย์ หมู่ที่ 7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่ปัจจุบันกลายเป็นแผ่นดินทองของนักธุรกิจใหญ่จากกรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปสอบถาม นายธนพง โคตรรมณี นายเทศมนตรีตำบลเขาชีจรรย์ แต่เนื่องจากติดราชการ จึงได้มอบหมายให้ นางนงค์ลักษณ์ จิตรใจกล้า รองนายกฯ นายจิตติณ โรจน์บุนส่งศรี นิติกร และ นายพชร ศรีวิชัย ผอ.กองช่าง มาให้ข้อมูลกับสื่อมูลชน พร้อมทั้งได้เดินทางไปในพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียน โดยมี ดร.สะถิระ เผือกประพันธ์ สส.เขต 10 พรรคพลังประชารัฐ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในฐานะตัวแทนของประชาชนเดินทางไปร่วมตรวจสอบ ชี้แนวเขตสถานที่ที่ได้รับการร้องเรียนด้วย ในเบื้องต้นเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ และ สส.ได้ให้การยืนยันว่าจะทวงคืนที่ดินสาธารณะที่ถูกบุกรุกทั้งหมดคืนให้รัฐใช้ประโยชน์ โดยไม่ให้ตกไปสู่การบุกรุก และครอบครองจากนายทุนอย่างแน่นอน

นางนงค์ลักษณ์ จิตรใจกล้า รองนายกฯ เปิดเผยว่า ทางเทศบาลมิได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากปัญหาการบุกรุกลำรางสาธารณะเกิดขึ้นก่อนที่ ผู้บริหารชุดใหม่จะเข้ามารับผิดชอบ จึงต้องใช้เวลา และความรอบครอบให้มากที่สุดในการทวงคืนที่ดินสาธารณะคืนให้กับรัฐ โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าโรงแรมฯ และ ด้านข้าง นายทุนได้จ้างบริษัทฯเอกชนมาทำการรังวัดเอง โดยที่ไม่แจ้งทางเทศบาลและที่ดินอำเภอสัตหีบ และนำแผนที่ที่ดินที่วัดแล้วมายื่นเสนอเพื่อให้มีการรับรองที่ดินไปสู่การออกเอกสารสิทธิ์ แต่เรื่องนี้ยังไม่สามารถทำสำเร็จ เพราะหน่วยงานเกี่ยวข้องต้องหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการโต้แย้ง หรือร้องเรียนจากประชาชน หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ลำรางสาธารณะ ที่มีบ้านเรือนไม้เก่าปลูกอยู่ในลำราง จำนวน 2 หลังนั้น จากข้อมูลท้องถิ่นเดิม ได้มีผู้ที่ครอบครองที่ดินเดิมปลูกสร้างไว้เก่า ไม่ใช่การบุกรุกของนายทุนแต่อย่างใด ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าลำรางสาธารณะเดิมที่เป็นต้นน้ำที่ไหลลงมาเขตป่าไม้ห้ามล่าเขาชีโอน ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ ด้านหลังเขาแกละพระใหญ่เขาชีจรรย์ ขณะนี้พบว่านายทุน ได้ว่าจ้างคนงานปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างอาคารต่าง ๆ จะต้องแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเขตลำรางสาธารณะเดิม เพื่อกันพื้นที่ไม่ให้นายทุนบุกรุกอีกต่อไป ถ้าพบว่ามีการบุกรุกที่สาธารณะจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

ส่วนทางด้าน ดร.สะถิระ เผือกประพันธ์ หรือ ดร.เอ สส.เขต 10 พรรคพลังประชารัฐ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กล่าวว่าขอให้ประชาชนไว้วางใจทางเทศบาล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการปฎิบัติหน้าที่การดูแลแผ่นดินสาธารณะในพื้นที่รับผิดชอบ จะไม่ยอมให้นายทุนเข้ามาบุกรุกเพื่อนำไปทำประโยชน์ให้กับตัวเองอย่างแน่นอน ซึ่งการเฝ้าระวังพื้นที่ต้องเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิมเพราะในขณะนี้พื้นที่ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นแผ่นดินทองที่นายทุนในกรุงเทพฯและที่อื่น ๆ ต้องการเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหาร ที่พักอาศัย กันเป็นจำนวนมาก จากที่ดินไม่มีราคา ขณะนี้ราคาพุ่งไปแล้วระละประมาณ 16-/20 ล้านบาท จึงทำให้ที่ดินที่ดินหัวไร่ปลายนา ที่ดินตกสำเร็จจะมีนายทุนเข้ามาซื้อและยึดครองกันเป็นจำนวนมาก

พัชรพล ปานรักษ์ ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี